![]() |
| ภาพจากวัดท่าซุง |
ณ สถานที่น่ารื่นรมย์แห่งป่าโคสิงคสาลวัน
ดอกสาละบานสะพรั่งทั่วบริเวณ ส่งกลิ่นฟุ้งขจรไปทั่วทุกทิศ
ดุจกลิ่นทิพย์จากสรวงสวรรค์
สถานที่นี้เป็นที่ประทับของพระผู้มีพระภาคเจ้า
พร้อมด้วยพระเถระ ผู้เป็นอริยสาวกที่มีชื่อเสียงหลายรูป
ได้แก่ พระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ พระมหากัสสปะ พระอนุรุทธะ พระเรวตะ พระอานนท์
วันหนึ่งพระอริยสาวกทั้ง 6 ได้สนทนาธรรมกันว่า
ในป่าที่งดงามแห่งนี้จะงดงามด้วยภิกษุเช่นไร...
พระอานนท์ผู้เป็นเลิศด้านการฟัง(สุตะ)และจำธรรมจากพระพุทธเจ้า
ก็กล่าวว่า ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุผู้ทรงด้วยสุตะจากคำสอนของพระพุทธองค์
และได้แสดงธรรมที่งดงามนั้นแก่บริษัทสี่ด้วยบทและพยัญชนะที่เรียบง่าย
พระเรวตะตอบว่า
ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุผู้ยินดีในการประกอบธรรมเครื่องระงับในกายตน
ไม่เหินห่างจากฌาน ประกอบด้วยวิปัสสนา
พระอนุรทธะตอบว่า
ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุผู้มีตาดี ตรวจดูโลกธาตุด้วยตาทิพย์อันบริสุทธิ์เหนือมนุษย์
พระมหากัสสปะตอบว่า
ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตอยู่เป็นวัตร
ถือผ้าบังสกุลเป็นวัตร ถือผ้าไตรจีวรเป็นวัตร
มีความมักน้อย สันโดษ สงัด ไม่คลุกคลี
ปรารภความเพียร สมบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัสสนะ
พระโมคคัลลานะตอบว่า
ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุที่ถามปัญหากันและกัน
แล้วย่อมแก้กันเองไม่หยุดพัก
พระสารีบุตรตอบว่า
ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุในพระธรรมวินัย ที่ทำจิตให้อยู่ในอำนาจของตน
และไม่ยอมอยู่ในอำนาจของจิต...
เหล่าพระอริยะสาวกนั้น ได้ชวนกันไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วกราบทูลถามว่า
ทรรศนะของแต่ละท่านนั้นถูกต้องสมควรหรือไม่อย่างไร
คำตอบของใครเป็นสุภาษิต
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ดีละ ดีละ
เพราะคำตอบของแต่ละท่านได้ตอบตรงความถนัดของตนซึ่งก็สมเหตุสมผล
คำของเธอทั้งหมดเป็นสุภาษิตโดยเหตุนั้น ๆ
แต่เธอทั้งหลายจงฟังคำของเรา
ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุเช่นไร
ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุในธรรมวินัย กลับจากบิณฑบาตภายหลังฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว
นั่งคู้บัลลังก์ (นั่งขัดสมาธิ) ตั้งกายตรง
ดำรงสติไว้เฉพาะหน้าว่า
จิตของเรายังไม่หมดความถือมั่น
และไม่หลุดพ้นจากอาสวะ(กิเลสที่หมักหมมในจิตสันดาน)ทั้งหลายเพียงใด
เราจักไม่ทำลายบัลลังก์นี้เพียงนั้น...


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น