วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

ความงดงามของอริยะ


ภาพจากวัดท่าซุง

สถานที่น่ารื่นรมย์แห่งป่าโคสิงคสาลวัน

ดอกสาละบานสะพรั่งทั่วบริเวณ ส่งกลิ่นฟุ้งขจรไปทั่วทุกทิศ

ดุจกลิ่นทิพย์จากสรวงสวรรค์

สถานที่นี้เป็นที่ประทับของพระผู้มีพระภาคเจ้า

พร้อมด้วยพระเถระ ผู้เป็นอริยสาวกที่มีชื่อเสียงหลายรูป

ได้แก่ พระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ พระมหากัสสปะ พระอนุรุทธะ พระเรวตะ พระอานนท์


วันหนึ่งพระอริยสาวกทั้ง 6 ได้สนทนาธรรมกันว่า

ในป่าที่งดงามแห่งนี้จะงดงามด้วยภิกษุเช่นไร...


พระอานนท์ผู้เป็นเลิศด้านการฟัง(สุตะ)และจำธรรมจากพระพุทธเจ้า

ก็กล่าวว่า ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุผู้ทรงด้วยสุตะจากคำสอนของพระพุทธองค์

และได้แสดงธรรมที่งดงามนั้นแก่บริษัทสี่ด้วยบทและพยัญชนะที่เรียบง่าย


พระเรวตะตอบว่า

ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุผู้ยินดีในการประกอบธรรมเครื่องระงับในกายตน

ไม่เหินห่างจากฌาน ประกอบด้วยวิปัสสนา


พระอนุรทธะตอบว่า

ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุผู้มีตาดี ตรวจดูโลกธาตุด้วยตาทิพย์อันบริสุทธิ์เหนือมนุษย์


พระมหากัสสปะตอบว่า

ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตอยู่เป็นวัตร

ถือผ้าบังสกุลเป็นวัตร ถือผ้าไตรจีวรเป็นวัตร

มีความมักน้อย สันโดษ สงัด ไม่คลุกคลี

ปรารภความเพียร สมบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัสสนะ


พระโมคคัลลานะตอบว่า

ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุที่ถามปัญหากันและกัน

แล้วย่อมแก้กันเองไม่หยุดพัก


พระสารีบุตรตอบว่า

ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุในพระธรรมวินัย ที่ทำจิตให้อยู่ในอำนาจของตน

และไม่ยอมอยู่ในอำนาจของจิต...


เหล่าพระอริยะสาวกนั้น ได้ชวนกันไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วกราบทูลถามว่า

ทรรศนะของแต่ละท่านนั้นถูกต้องสมควรหรือไม่อย่างไร

คำตอบของใครเป็นสุภาษิต


พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า


ดีละ ดีละ


เพราะคำตอบของแต่ละท่านได้ตอบตรงความถนัดของตนซึ่งก็สมเหตุสมผล


คำของเธอทั้งหมดเป็นสุภาษิตโดยเหตุนั้น ๆ


แต่เธอทั้งหลายจงฟังคำของเรา


ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุเช่นไร


ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุในธรรมวินัย กลับจากบิณฑบาตภายหลังฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว


นั่งคู้บัลลังก์ (นั่งขัดสมาธิ) ตั้งกายตรง


ดำรงสติไว้เฉพาะหน้าว่า


จิตของเรายังไม่หมดความถือมั่น


และไม่หลุดพ้นจากอาสวะ(กิเลสที่หมักหมมในจิตสันดาน)ทั้งหลายเพียงใด


เราจักไม่ทำลายบัลลังก์นี้เพียงนั้น...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น